ประวัติเอกสารสำหรับ กันยายน, 2006|หน้าประวัติเอกสารรายเดือน

ดีขึ้นหน่อย

เมื่อคืนได้ SMS จากลูกสาวทั้งคู่ รู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยลูกก็ยังคิดถึงพ่อนะ
รักลูกทุกคนมากเลย

powered by performancing firefox

Sadly Birthday

วันเกิดทั้งที ก็รอลูกโทรมาหา ตั้งแต่เช้าจนเย็น ก็ไม่โทรมาสักที เลยต้องโทรไปหาลูกแทน ลูกกำลังเดินช็อปปิ้งคงไม่ค่อยอยากคุย อีกตัวก็ไม่มาคุยด้วย เลยไม่อยากกวนใจลูก
พ่อรักลูกทุกคนมากนะ ถ้าการที่พ่อไม่มีเงินมากมายให้ลูกๆเป็นความผิด
พ่อขอโทษก็แล้วกัน
พ่อคงเหลือวันเกิดอีกไม่มากครั้งนักหรอก
พ่ออยากได้ยินลูกอวยพรวันนี้ มากกว่าอวยพรให้ไปสุคตินะ
แต่ลูกไม่ว่างก็ไม่เป็นไรหรอก พ่อไม่เคยโกรธลูกของพ่อ พ่อรักลูกของพ่อเสมอ

powered by performancing firefox

เซ็ง…เศร้า…เหงา…เบื่อ

นึกว่าอะไรต่ออะไรมันจะกลับมาดีแล้ว อุตส่าห์กัดฟันทน ลุยปัญหาสารพัดมาเกือบ 2 ปี มันก็ยังไม่พ้นปัญหาน่าเบื่อ ไร้สาระเสียที

ปัญหาสารพัดอะไรมันจะยุ่งยากเท่าปัญหาเรื่องคน ยิ่งเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบด้วย เซ็ง…เบื่อ…. เมื่อไรไอ้บรรดาคนพวกนี้มันจะตายห่าไปให้หมดเสียที สร้างปัญหาให้ตัวเองไม่พอ ยังลามไปเดือดร้อนชาวบ้านเขาอีก

พักใจสักวัน แล้วจะลุกขึ้นกัดฟันลุยปัญหากันต่อไป มันต้องมีความเป็น มืออาชีพ พอ

ที่สำคัญมีคนข้างหลังอีกหลายชีวิต ถ้าลุกไม่ได้ พวกเขาจะเป็นยังไง

ทนไม่ได้ก็ต้องทน ทำไม่ได้ก็ต้องทำ

Blogged with Flock

เมนูต้องห้ามขณะท้องว่าง

คุณคงเป็นอีกคนที่ในช่วงหนึ่งอาจใช้เวลา เพลิดเพลินไปกับการทำงานจนลืมรับประทานอาหาร หรือกำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เมื่อเหตุผลข้างต้น ทำให้การรับประทานอาหารของคุณไม่ตรงเวลา จนกระทั่งส่งผลให้เกิดอาการท้องว่างนั้น คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้ว คุณรับประทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง

นม และ นมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะ อาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาล หรือ อาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช๊อกโกแลต เพราะ หากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะที่ท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด หัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้นให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก
การรับประทานผักอย่างเดียวในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ

นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

อย่าลืม สิ่งใดที่มีคุณอนันต์ ก็อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน ถ้าคุณปฏิบัติอย่างผิดวิธี

Blogged with Flock

เมื่อฉันแก่ตัวลง

“เมื่อฉันแก่ตัวลง”

อยากจะมอบเรื่องนี้ให้กับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิดผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้าน

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลุกผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
แม้เขาจะ
เติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เพิ่มมากขึ้น โลกใบนี้เริ่มเล็กลง
แต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม(ในเมืองจีน)ก็
เริ่มแก่ตัวลง
ลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ
ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมาย โชคดีต่อมามีไอพี
การ์ด
เลยได้คุยสดกันบ้าง ทุกครั้งแม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเอง ตั้งใจทำงาน
ไม่ต้องเป็น
ห่วงแม่ ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง…
ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆ เขารู้ดีว่าแม่
เริ่มคิดถึงเขามาก

จนกระทั่งปีนี้
แม่อายุ 75 เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่ โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก 1 เดือน
จะไม่ทำอะไร
เป็นพิเศษ
แต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว
พอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2
เดือนเศษ แม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมา
เยี่ยมบ้านของลูก
แม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ
ดึง
เอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่… สำหรับคนอายุ 75
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

พอกลับถึงบ้าน ตอนอยู่บนเครื่องบิน
เคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่ให้ชื่นใจสักครั้ง แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนอยู่
ตรงหน้า
ผอมแห้ง หน้าตาเหี่ยวย่น
ช่างไม่เหมือนแม่คนก่อนหน้านี้เลย…
แม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ
โดยที่หาทราบไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้น
แล้ว
และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี รสชาติอาหารจึงแย่มากๆ บางจานก็เค็มจัด บางจานก็จืดสนิท
ผ้าห่มที่แม่
อุตส่าห์เตรียมให้ ทั้งหนาทั้งหยาบ ไม่สบายกายเลย แม่หารู้ไม่ว่า
เดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขน
แกะแล้ว แต่เขาก็ไม่บ่นอะไร
เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อนแม่จริงๆ
สองสามวันแรก
แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ จนไม่มีเวลาพักผ่อน พอเริ่มได้พัก แม่ก็เริ่มพูดมาก
สอนโน่น
สอนนี่ พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น 10กว่าปีก่อนก็เคยพูดแล้ว
พอลูกบอกให้ฟังว่า ปรัชญาเหล่า
นั้นไม่ทันสมัยแล้ว
แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม

“เหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
ผมพบว่าสุขภาพแม่แย่ลง โดยเฉพาะสายตา
อาหารบางจานมีแมลงวันด้วย
บางทีอาหารหกบนเตา แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิม
ครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน แม่ก็บอกอาหาร
ข้างนอกไม่สะอาด ของแปลกปลอมเยอะ
เมื่อผมบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคน
แม่ก็โวยวายว่า
แม่เองยังสามารถทำงานเลี้ยงดูเด็กให้ผู้อื่นได้เลย
ผมเลยพูดไม่ออก พอผมจะออกไปช้อปปิ้ง แม่ก็จะตาม
ไปด้วย ทำเอาวันนั้นทั้งวัน
พวกเราไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลย…”

“พอพวกเราเริ่มคุยกันในเรื่องทันสมัย
แม่ก็จะหาว่าพวกเราเพี้ยน ผมก็เริ่มบอกแม่อย่างไม่ค่อยเกรงใจ
ว่า แม่
นี่มันสมัยใหม่แล้ว แม่ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆบ้าง…
ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่ ผมเริ่ม
ขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ
และรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้น แต่เราไม่เคยทะเลาะกันนะ พอผมขัดแม่
แม่ก็หยุดกึกลง
ไม่พูดไม่จา ในตามีแววเหม่อลอย –
โลกซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ”

“ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับ
แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมา
ในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัด
เก็บไว้ในช่วงที่ผมไปอยู่เมืองนอก
แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอก
ทุกครั้งที่มีข่าวตึง
เครียดในประเทศนั้นๆ แม่จะตัดข่าวเก็บไว้
ตั้งใจจะมอบให้ผมตอนที่ผมกลับมา แม่พูดอยู่เสมอว่า อยู่นอก
บ้านนอกเมือง
ต้องระวังตัวให้มากๆ ครั้งหนึ่งมีเรื่องคนญี่ปุ่นต่อต้านและข่มเหงคนจีน
มีการปะทะกันด้วย
แม่เป็นห่วงมาก
ถามเพื่อนบ้านว่าจะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร
ตอนนั้นผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่น”

แม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบาก
วางใส่ในมือผมเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง มันหนักมาก
ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจ
เพราะผมไม่อยากนำกลับไป มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว
ผมรู้ว่าแม่เก็บมันด้วย
ความยากลำบาก แม่สายตาไม่ค่อยดี ต้องใช้แว่นขยาย
อ่านได้วันละ 2 หน้าก็เก่งแล้ว นี่ยังตัดเก็บได้
ขนาดนี้
ทันใดนั้นมีข่าวแผ่นหนึ่งปลิวหลุดลงมา แม่รีบเอื้อมไปหยิบ
แต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิม
แม่กลับ
พับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเอง
ผมรู้สึกเอะใจ เลยถามว่า “แม่
นั่นกระดาษอะไร ขอผมดูหน่อยนะ” แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
จึงล้วงออกมา
วางบนข่าวปึกนั้น
แล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที

ผมหยิบแผ่นข่าวนั้นขึ้นมาดู
มันเป็นบทความบทหนึ่ง ชื่อว่า “เมื่อฉันแก่ตัวลง”
ตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่
6 ธันวาคม 2004
เป็นช่วงที่ผมเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกที
บทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของ
เม็กซิโก ฉบับเดือนพฤศจิกายน
ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบทันที ….

เมื่อฉันแก่ตัวลง
ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน
มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด
ตอนฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง
ตอนฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า
ขอให้คิดถึงตอนแรกๆที่ฉันใช้มือสอนเธอ
ทำทุกอย่าง

ตอนฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อ
ขอให้อดทนสักนิด อย่าเพิ่งขัดฉัน ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยัง
เคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆ
จนเธอหลับเลย

ตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้ อย่าตำหนิฉันเลยนะ
ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ
ฉันต้องทั้งออดทั้ง
ปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหม

ตอนฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ
อย่าหัวเราะเยาะฉัน จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม “ทำไม
ทำไม”ทุก
ครั้งที่เธอถามได้ไหม

ตอนฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว
ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน
เหมือนตอนที่ฉันพยุง
เธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ

หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่
ให้เวลาฉันคิดสักนิด ที่จริงสำหรับฉันแล้ว กำลังพูดเรื่องอะไร
ไม่สำคัญหรอก
ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน ฉันก็พอใจแล้ว

ตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง ไม่ต้องเสียใจ
ขอให้เข้าใจฉัน สนับสนุนฉัน
ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอน
เธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ

ตอนนั้นฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต
ตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทาง
ให้ความรักและ
อดทนต่อฉัน

ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ
ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มีให้กับเธอ

ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบ
เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ (ใจแข็งจริง ไอ้หมอนี่) ตอนนั้น
แม่เดินออกมา
ผมแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนแรกแม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้หลังจากผมกลับไปแล้ว
จึง
คะยั้นคะยอให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไป ตอนผมจัดกระเป๋าเดินทาง
ผมต้องสละไม่เอาสูทกลับไป 1 ตัว
จึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้นเข้าไปได้
รู้สึกแม่จะดีใจมาก เหมือนกับว่าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นเป็นยันต์โชคลาภ
สำหรับผม
และเหมือนกับว่าการที่ผมยอมรับหนังสือพิมพ์เหล่านั้น
ผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อีกครั้งหนึ่ง
แม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่เลยที่เดียว

หนังสือพิมพ์ที่ผมนำกลับมาเหล่านั้น
ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรเลย แต่บทความ “เมื่อฉันแก่ตัวลง”
บทนั้น
ผมได้ตัดเก็บไว้ในกรอบ เอาไว้ข้างตัวฉันตลอดไป
ตอนนี้
ฉันขออุทิศบทความนี้ ให้กับลูกพเนจรทั้งหลาย ตอนปีใหม่ โทรไปหาท่านบ้าง
บอกท่านว่าคุณอยาก
กินอาหารที่ท่านทำเสมอ….
28 ธันวาคม
2004

Blogged with Flock